พระกริ่งปวเรศ
- 17 มิ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

วันนี้นำพระกริ่งปวเรศที่ปิดก้นด้วย (พระปรมาภิไธย) ย่อ จ.ป.ร แต่ละชนิดมาให้ชม และศึกษาร่วมกันค่ะ

เริ่มต้นด้วย..พระกริ่งปวเรศเนื้อสัมฤทธิ์ศักดิ์ สร้างปี พ.ศ.2408 และนำมาปิดก้น จ.ป.ร ปี พ.ศ.2416 เพื่อเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษก รัชกาลที่ 5 ครองราชย์ครั้งที่ 2 พระปรมาภิไธย ย่อ จ.ป.ร จะเป็นแบบใช้ ตอกดุลลาย* โบราณเราจะเห็นการตอกแบบนี้ตามเครื่องเงินเครื่องทองของใช้ส่วนพระองค์เป็นส่วนใหญ่

ภาพที่สอง.. พระกริ่งปวเรศเนื้อสัมฤทธิ์เดช สร้างปี พ.ศ. 2416 วาระแรก และนำมาปิดก้น จ.ป.ร ในพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 5 ครองราชย์ครั้งที่ 2
พระปรมาภิไธย ย่อ จ.ป.ร จะเป็นแบบตอกดุลลายโดยช่างแกะลายแม่พิมพ์ที่ใช้ตอกจะเป็นคนละคนกันสังเกตุจากลายตอกจะแตกต่างกันซึ่งจะดูคมชัดกว่าแบบแรก

ภาพที่สาม.. เป็นพระกริ่งปวเรศเนื้อสัมฤทธิ์เปียกทองตอกหมุดเงิน
สร้างปีพ.ศ.2416 วาระ 2 ตรงกับพระราชพิธีราชาภิเษก รัชกาลที่ 5 ครองราชย์ครั้งที่ 2 โดยนำพระกริ่งปวเรศปีพ.ศ.2404 มาเป็นต้นแบบและปิดก้นโดนแผ่นที่มีพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร เพื่อเฉลิมฉลอง
จะสังเกตุเห็นว่าพระปรมาภิไธย จ.ป.ร จะต่างกันกับ องค์แรกและองค์ที่สอง เพราะใช้วิธีการ แกะ อักษร จ.ป.ร และกนกข้าง แทนการตอกแบบดุลลาย จึงทำให้ ลวดลายและตัวอักษรมีลักษณะที่แตกต่างกันเพราะทำให้รู้ว่าช่างที่แต่งองค์พระกริ่งแต่ละองค์คือช่างคนละคนกัน แต่ก็มีความงดงามที่แตกต่างกันไป
*เทคนิคการ ตอกดุลลาย เป็นวิธีการตกแต่งโลหะโดยใช้เครื่องมือพิเศษในการตอกลายลงบนพื้นผิวโลหะเพื่อสร้างลวดลายที่มีมิติ กระบวนการนี้เริ่มจากการร่างแบบลงบนโลหะ จากนั้นใช้เครื่องมือเฉพาะตอกตามเส้นที่กำหนด และดุนพื้นให้เกิดความตื้นลึกตามองค์ประกอบของชิ้นงาน เทคนิคนี้มักใช้กับเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องประดับโบราณเพื่อเพิ่มความสวยงามและความประณีตของชิ้นงาน



